Makers Meet Medicine at Local Children's Hospital

July 24, 2016 | ProgressTH Last week, we organized together with QSNICH (Queen Sirikit National Institute of Child Health), a presentation and workshop showcasing the now nearly year-long collaboration between several nurses and our Bangkok-based makerspace, ProgressTH.


A year ago, nurses from QSNICH, a national children's hospital, approached us to see if 3D printing could be used to develop healthcare solutions throughout their hospital.

Nurses, it turns out, are also skilled part-time makers, often improvising on the spot with materials on hand to solve problems as they present themselves. However, with 3D printing, it is possible to solve these problems in a more permanent and precise manner, and then replicate these solutions accurately to be used on a larger scale.

So we began taking the concepts nurses presented to us, including a bubble-level used to calibrate bed height in the ICU, a needle disposal system, a child-friendly dermatology tool, and a blood clotting device, and began 3D printing prototypes for testing throughout the hospital.

We went through several iterations with the nurses over several months, who would provide us feedback throughout each step of the process so we could develop better solutions.


จาก "พยาบาล" สู่ "Maker Nurse" มิติใหม่แห่งการแพทย์ไทย

10 ก.ค. 2559 - Progress Thailand   - หากจะเอ่ยถึงคำว่า "Maker" หรือ นักประดิษฐ์สิ่งของใหม่ต่างๆ หลายคนคงคิดถึง ผู้ชายทั่วไปที่ชอบงานช่าง งานDIY (Do it yourself) และสนใจเรื่องเทคโนโลยี แต่ใครจะคิดว่า "พยาบาล" ก็เป็น Maker ได้ หรือที่เราเรียกว่า "Maker Nurse" ซึ่งผลงานที่ Maker Nurse สร้างนั้นมีคุณค่าและช่วยให้การรักษาผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 



จาก "พยาบาล" สู่ "Maker" ?

ทั้งนี้เพราะการรักษาการเจ็บป่วยของคนไข้มีความซับซ้อนมากกว่าการซ่อมรถยนต์หรือคอมพิวเตอร์  เนื่องจากร่างกายคนเรามีความซับซ้อนอีกทั้งแต่ละคนยังมีเงื่อนไขเฉพาะของอาการที่ป่วยว่าจะตอบรับการรักษาหรือไม่ ทำให้แพทย์และพยายาบาลจะต้องหาวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุด เร็วที่สุด และใช้งบประมาณน้อยที่สุด เพื่อที่ผู้ป่วยทุกคนจะสามารถเข้าถึงการรักษาได้  

ด้วยเหตุนี้ทำให้ "พยาบาล"ซึ่งเป็นผู้ที่ดูแลผู้ป่วยมากที่สุด  จึงกลายเป็น Maker  Nurse โดยปริยายเพราะรู้ว่าอะไรคือปัญหาและต้องแก้ไขอย่างไร  เนื่องจากเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเจอทุกวัน  ทำให้มีไอเดียต่างๆมากมาย  ที่จะทำสิ่งประดิษฐ์มาช่วยในการรักษาคนไข้ให้ได้ผลดีมากขึ้น โดยเครื่องมือดังกล่าวมักจะเป็นเครื่องมือเฉพาะหาที่ซื้อไม่ได้ในท้องตลาดทั่วไปต้องทำขึ้นมาเอง  

Progress Thailand 
 ได้รู้จัก Maker Nurse ครั้งแรกที่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี  หรือ โรงพยาบาลเด็ก ซึ่งมีแผนกนวัตกรรมที่พยายามคิดค้นและประดิษฐ์เครื่องมือแพทย์ต่างๆจากไอเดียของพยาบาล เพื่อนำมาใช้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง

โดยหลังจากได้ไอเดียมาแล้ว ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ ทั้งการจ้างนักออกแบบ การสั่งโรงงานให้ผลิตซึ่งต้องสั่งครั้งละมากๆ ทำให้ใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมาก ทั้งที่บางอย่างเป็นอุปกรณ์เฉพาะที่ใช้ต่อคนไข้เฉพาะรายเท่านั้น  ไม่มีความยืดหยุ่น หรือประดิษฐ์เฉพาะกรณีได้